หน้าแรก

การจัดการโรงแรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

หมายเหตุ : จากเอกสารประกอบการฝึกอบรมของสถาบันฝึกอบรมวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว (สรท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
กรุณาตรวจสอบความถูกต้อของการสะกดก่อนนำไปใช้

ความจำเป็นของการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมทุกอย่างที่มนุษย์กระทำส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ทั้งปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง ปัญหาการเพิ่มขึ้นของปริมาณภาวะมลพิษปัญหาความวิปริตแปรปรวน
ของดินฟ้าอากาศ ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคน แม้ว่าทรัพยากรบางชนิดจะสามารถหมุนเวียนทดแทนได้ เช่น น้ำ ป่าไม้ แต่ก็ต้องใช้เวลาและ
เกิดขึ้นในสภาพธรรมชาติที่สมดุลเท่านั้น
ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในประเทศใดประเทศหนึ่ง ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมได้ขยายไปจนกลายเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ประเทศผู้นำการค้าเงื่อนไขทางการค้า
ตามแนวคิดที่ว่า ธุรกิจและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินควบคู่กันไปเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) อันนำมาสู่ความสมดุลย์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันประชากรโดยทั่วไปก็มีความต้องการสินค้าที่มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์สถาพแวดล้อมมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต ทำให้การผลิตสินค้าต่าง ๆของผู้ประกอบการค้าต้องปรับตัวเพื่อ
ตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของค่านิยมเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแถบยุโรบได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการ เพื่อผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมนั้น ถ้าเป็นธุรกิจด้านบริการผู้บริหารอาจจะยังไม่ให้ความสำคัญเพราะถือว่าเป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่าย แต่ถ้าในระยะยาว
จะถือว่าเป็นการลดต้นทุนขององค์กร เพราะในสภาวะการตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงเช่นปัจจุบันนี้ การนำเอาแนวคิดลดปริมาณของเสียและเพิ่มคุณค่าในธุรกิจนั้น จะต้องใช้
วัตถุดิบให้น้อยลงกว่าเดิม และก่อนมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจได้ด้วย การนำแนวคิดทางธุรกิจในการสร้างมูลค่าเพิ่มมาผสมผสานกับ
ความห่วงใยสภาพแวดล้อม แนวคิดนี้องค์กรต่าง ๆ จะต้องมีความรับผิดชอบต่อการรักษาสภาพแวดล้อม แนวคิดนี้องค์กรต่าง ๆ จะต้องมีความรับผิดชอบต่อการรักษาสภาพแวดล้อม
มากขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นหนทางสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้

ประโยชน์จากการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
1. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียและลดต้นทุน
2. ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน
3. ลดความเสี่ยงภัยที่จะเกิดต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
4. เพิ่มความสามารถใการแข่งขันด้านการตลาด
5. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์การ
6. มีคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้น
7. เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
8. คุณภาพสินค้าและบริการดีขึ้น
9. สร้างความสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชน
10. รักษาและปรับปรุงสภาพแวดล้อม
11. ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย
12. ปรับปรุงการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
13. นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

การจัดการสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมคืออะไร
สิ่งแวดล้อมคือ ทุกสิ่งทุกอยางรอบตัวเราทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น แสงแดด อากาศ ต้นไม้ สัตว์ และทั้งสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น อาคารสิ่งก่อสร้าง
เมื่อพิจารณาสิ่งแวดล้อมโดยลักษณะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่
? ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ สัตว์ป่า ภูเขา เกาะ แก่ง หาดทราย แหล่งซากดึกดำบรรพ์ (ซากไดโนเสาร์) เป็นต้น
2. สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่
? ชุมชนเมือง สิ่งก่อสร้าง
? โบราณสถาน ศิลปกรรม
? ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ

ปัญหาสิ่งแวดล้อม
ในโบราณกาล มนุษย์ใช้เวลาที่มีอยู่เพื่อแสวงหาอาหารและที่อยู่อาศัยจึงไม่มีเวลาที่จะสร้างมลพิษได้ เมื่อมีการวิวัฒนาการขึ้นรวมอยู่เป็นกลุ่ม สังคมมีอาชีพเฉพาะต่าง ๆ เกิดขึ้น
และมีความเป็นอยู่ดีขึ้น การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมาก็คือ ความต้องการกการบริโภคและความต้องการปัจจัยสี่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงต้องมีการพัฒนา
เทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่าง ๆตลอดจนการพัฒนาระบบสาธารณูปการผลิตปัจจัยและระบบเสริมต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะการลดลง
อย่างรวดเร็ว แต่รวมไปถึงการผลิตอันเกิดจากการพัฒนาด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตของชุมชน อุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และมลสารเหล่านี้
ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม (น้ำ ดิน อากาศ) จึงเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งด้านการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและมลพิษสิ่งแวดล้อม ดังนั้นปัญหาสิ่งเหล่านี้จึงครอบคุมประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้
1. ปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือปัญกามลพิษ
? ปัญหาน้ำเสียในแหล่งน้ำต่าง ๆ
? ปัญหาจากขยะมูลฝอย และของเสียอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย วัตถุดิบ สารเคมี ยาปราบศัตรูพืช
? ปัญหาอากาศเสีย ฝุ่นละออง เสียง และความสั่นสะเทือน เป็นต้น
2. ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและหมดไปอย่างรวดเร็ว
? ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ ดินเค็ม
? ป่าไม้ถูกทำลายและมีสภาพเสื่อมโทรม
? น้ำมัน แร่ธาตุ ถูกนำมาใช้มากเกินไป
3. ปัญหาเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานชุมชนของมนุษย์
? การวางผังเมืองและชุมชนไม่ถูกต้องทำให้เกิดความแออัดยัดเยียด
? ขยะมูลฝอย ของเหลือทิ้ง
? การขาดพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่นันทนาการในชุมชน

4. ปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ สถานที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถูกทำลาย
ปัญหาสิ่งแวดล้อมดูเหมือนจะเกิดขึ้นควบคูกันไปกับความเจริญด้านเศรษฐกิจมีมากเพียงใด ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทำอย่างไรจะมีการพัฒนาด้านเศรษกิจ
ควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและมีการประสานอย่างเป็นระบบระหว่างการพัฒนาการใช้ทรัพยากรและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
ดังนั้น การพัฒนาที่ถูกต้องควรมุ่งเน้นที่นะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในทุกด้านมากกว่าการมุ่งเน้นที่จะพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว บ่อยครั้งมีผู้มองว่า
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นการขัดขวางการพัฒนาและความเจริญของประเทศ แต่ความเป็นจริงแล้วการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
เป็นการขัดขวางการพัฒนาและความเจริญของประเทศ แต่ความเป็นจริงแล้วการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรอันมีค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และก่อปัญหามลพิษน้อยที่สุด เป็นแนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งจะทำให้มนุษย์ใด้รับ
ความสะดวกสะบายและมีความสุขตลอดไป

การสร้างจิตสำนึก เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การฝึกอบรมให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมจะก่อให้เกิดจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาด้านสภาวะแวดล้อมเพราะพนักงาน คือ ปัจจัยหลักที่จะทำการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ของหน่วยงานประสบความสำเร็จหรือไม่ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้พนักงานทุกระดับได้ส่วนร่วมในกิจกรรม ตั้งแต่การวิเคราะห์ค้นคว้าปัญหา ข้อเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหา
และนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังโดยผู้บริหารต้องให้ความสำคัญและสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เช่น
? จัดการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานทุกระดับให้เห็นประโยชน์ของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ทั้งต่อพนักงานและต่อโรงแรม
? จัดการอบรมให้พนักงานเข้าใจหลักการและเทคนิคของการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้พนักงานใด้เป็นผู้ร่วมในการพัฒนาวิธีการอนุรักษ์พลังงานด้วยตนเองซึ่งจำทำให้พนักงาน
เกิดความภาคภูมิใจในผลงานและนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
? จัดตารางการอบรมวิธีปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้พนักงานยังคงปฏิบัติงานตามวิธีการที่กำหนดไว้
? จัดรายการให้รางวัลแก่พนักงานหรือกลุ่มพนักงานที่สามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายของดัชนีสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้

ผู้ได้ประโยชน์จากการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมของโรงแรม
1. เจ้าหน้าที่และพนักงาน การที่เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนของโรงแรมให้ความสนใจกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในโรงแรมนั้น นับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและการที่จะ
ก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันดังกล่าวขึ้นผู้บริหารระดับสูงจะต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และสั่งการลงมา ผู้บริหารระดับสูงได้แก่กรรมการบริหาร รองประธานทุกท่าน
ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ตลอดจนหัวหน้าแผนกต่าง ๆ จะต้องเป็นผู้ให้การสนับสนุนและชี้นำทุกแผนกของหน่วยงาน จะต้องมีความกระตือรือร้นที่จะร่วมมือกัน เจ้าหน้าที่และ
พนักงานทุกคนล้วนแต่จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ เนื่องจากได้ทำงานอยู่ในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อม ที่สะอาดและน่ารื่นรมย์
2. แขกผู้มาพัก เมื่อสาธารณชนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมมากขึ้น แขกผู้มาพักก็จะเลือกเข้าพักในโรงแรม ซึงแสดงให้พวกเขาเห็นว่าโรงแรมที่ให้ความสำคัญ
กับสภาวะแวดล้อมของผู้มาพัก แขกของโรงแรมจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีสุขภาพ
3. หุ้นส่วนทางธุรกิจ (ผู้ประกอบการ และห้างร้าน ที่ให้การสนับสนุนธุรกิจ) โรงแรมมีการใช้สินค้าและบริการที่หลากหลายและโรงแรมก็สามารถที่จะชักชวนให้หุ้นส่วนต่าง ๆ
ทางธุรกิจของตนมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยการระบุรายระเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนเมื่อโรงแรมจะจัดซื้อสินค้า และใช้บริการต่าง ๆ
4. ชุมชนที่ตั้งของโรงแรม ธุรกิจของโรงแรมมิใช่จะดำเนินไปได้อย่างโดดเดี่ยว โรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โรงแรมจึงควรจะช่วยรักษาและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ให้สะอาดโดยการตั้งโครงการร่วมกันชุมชน เช่น โครงการทำความสะอาดชายหาดและสวนสาธารณะ โครงการส่งเสริมการใช้แหล่งงานพลังงานทดแทน และโครงการจัดการ
สิ่งปฏิกูล การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีเกี่ยวกับความคิดริเริ่มในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของโรงแรมจะอำนวยประโยชน์ให้แก่โรงแรมอย่างมาก ชุมชนที่ตั้ง
ของโรงแรมจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการมีสมาชิกของชุมชนที่มีความรับผิดชอบต่อสภาวะแวดล้อมของชุมชน
5. ผู้ถือหุ้นและเจ้าของโรงแรม ผู้ถือหุ้นและเจ้าของกิจการ จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากโรงแรมผู้ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ จากโรงแรมซึ่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างมีประสิทธิภาพและรู้คุณค่าและจากโรงแรมที่มีโปรแกรมด้สนการรักษาสภาพแวดล้อมที่ได้ผล

คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
การเริ่มงานที่จะลงมือดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามโครงการจำเป็นอย่างยิ่งที่โรงแรมจะต้องจัดตั้งคณะกรรมการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้นคณะกรรมการดังกล่าว
มีหน้าที่บอกกล่าว ให้ความสนับสนุนและกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนของโรงแรมเกิดความตื่นตัวด้านสภาพแวดล้อมคณะกรรมการควรประกอบด้วยผู้แทนจาก
แผนกสำคัญ ๆ ของโรงแรม อันได้แก่
? ผู้จัดการทั่วไป / ผู้จัดการโรงแรม / ผู้จัดการบริหาร
? แผนกวิศวกรรม
? แผนกแม่บ้าน / แผนกซักรีด
? แผนกบัญชี / แผนกจัดซื้อ
? แผนกบุคคลและฝึกอบรม
? แผนกอาหารและเครื่องดื่ม
คณะกรรมการชุดดังกล่าวควรเลือกสรรคบุคคลคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ผู้ประสานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีหน้าที่รับผิดชอบประสานกิจกรรมต่าง ๆ ของโปรแกรมเกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการขึ้นอยู่กับความเป็นผู้นำของผู้ประสานงาน และความสนับสนุนจากผู้จัดการทั่วไปและบุคลากรขององค์กรเป็นสำคัญ
คณะกรรมควรจะประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งและควรส่งรายการประชุมไปยัง corporate office

การติดต่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมจะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อทุก ๆ คนในโรงแรมได้รับทราบเกี่ยวกับโครงการนี้ ให้ความสนับสนุนและเข้าร่วมในกิจกรรม
อย่างเต็มที่โดยการ
? สร้างเสริมจิตสำนึกโดยเข้าฟังการอบรม การมีจดหมายข่าวเวียนในกลุ่มเจ้าหน้าที่และพนักงาน การติดโปรสเตอร์ เผยแพร่ข่าวสารความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
? สร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วมโดยการสนับสนุนและเข้าร่วมในโครงการ เสนอแนะข้อคิดเห็นต่าง ๆ ด้วยวิธีนี้จะสามารถสร้างความรู้สึกว่าโครงการนั้น ๆ เป็นโครงการ
ของพนักงานทุกคน
? กลุ่มบริหารให้ความสนับสนุนด้วยการเป็นผู้ออกจดหมายเวียนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ หรืออาจสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
? ให้รางวัลและเห็นคุณค่าความพยายาม ตัวอย่างเช่น จดหมายชมเชยจากผู้จัดการทั่วไป การกล่าวขวัญถึงวารสารพนักงาน การจัดให้มีการประกวด เช่น ประกวดระบบ
ข้อเสนอแนะ ประกวดคำขวัญ
? นำคำขวัญที่ใช้ในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาใช้
การเริ่มโครงการด้านสภาพแวดล้อม
แผนกต่าง ๆ ทุกแผนกจะต้องจัดการประเมินประสิทธิภาพของสภาพแวดล้อมของแผนกก่อนที่จะกำหนดจุดประสงค์และเป้าหมายสำหรับการปรับปรุงสิ่งที่แต่ละแผนก
จะต้องดำเนินการ ได้แก่
? จัดให้มีการประเมินผล การปฏิบัติการของแต่ละแผนกตามข้อเสนอแนะต่าง ๆ
? ทำรายการตรวจสอบ (checklists) เกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยจัดลำดับความสำเร็จ
? ระบุพื้นที่ที่ต้องการปรับปรุงให้เด่นชัด
? กำหนดเป้าหมายและกำหนดวันที่เพื่อทำการปรับปรุงต่าง ๆ
กระบวนการนี้ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยมีคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือผู้ทรงคุณวุฒิในสายอาชีพนั้น ๆ ประเมินจุดหมายและความสำเร็จของงาน

การจัดการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การจัดการสิ่งปฏิกูล (ขยะมูลฝอย)
สิ่งปฏิกูล (ขยะมูลฝอย) หมายถึง เศษของเหลือใช้ที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า ถุงพลาสติก
ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ หรือซากสัตว์ รวมตลอดถึงสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด
ขยะเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีแหล่งกำหนดมาจากที่ไหนบ้าง
ขยะเกิดขึ้นมาจากการดำเนินชีวิตประจำวันของเราทุกคน โดยในอดีตปริมาณขยะมีจำนวนน้อย แต่ในปัจจุบันปริมาณขยะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและพบได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน
ที่ทำงาน หรือตามถนน และขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมดเฉลี่ยประมาณร้อยละ 70 เท่า ที่ได้รับการเก็บขนและนำไปจัดเก็บ การมีขยะจำนวนมากมายในแต่ละวันนั้นส่วนหนึ่งเนื่องจาก
เราให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ความสวยงามของสินค้าและความสะดวกสะบายในการบริโภคเป็นหลักทำให้ม
ีการพัฒนากระบวนการผลิตหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความสนใจให้กับผู้ซื้อจนเกิดเป็นวัฒนธรรมบริโภคนิยมและการบริโภคแบบทิ้งขว้างในลักษณะใช้ครั้งเดี่ยวทิ้งเป็น
ผลทำให้โครงสร้างขยะซับซ้อนมากขึ้น จึงยากต่อการกำจัดได้ในเวลารวดเร็วเกิดปัญหาขยะกองโต ตามเก็บทำลายไม่ทัน เช่น ถุงพลาสติก แก้วน้ำพลาสติก กระปํองอลูมิเนียม
มีอายุยาวถึง 400 ปี เมื่อคนเป็นผู้ผลิตขยะ แหล่งกำเนิดขยะส่วนใหญ่จึงเป็นชุมชน โดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ที่มีคนอยู่มากก็จะยิ่งเป็นแหล่งผลิตขยะแหล่งใหญ่มากตามไปด้วย นอกจากชุมชนแล้วยังมีแหล่งผลิตขยะแหล่งอื่น ๆ เช่น จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรตั้งอยู่มาก ก็จะมีขยะเปียกจากโรงงานมากซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่เกิดจาก
กระบวนการผลิต เช่น เปลือกผลไม้ ในขณะที่ขยะที่มาจากสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นถุงพลาสติก กระปํองเครื่องดื่ม เศษอาหาร เป็นต้น

ประเภทของขยะ
ขยะแบ่งอย่างง่าย ๆ ได้ 3 ประเภท คือขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย ขยะที่ย่อยสลายได้ยาก และขยะอันตราย
1. ขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "ขยะเปียก"เป็นขยะที่เน่าเปื่อยได้ง่าย เช่น เศษอาหาร เศษพืชผัก เปลือกผลไม้ ขยะพวกนี้มีความชื้นสูง สามารถเน่าเปื่อย
ได้ง่ายและส่งกลิ่นเหม็นได้เร็ว
2. ขยะที่ย่อยสลายได้ยาก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าขยะแห้ง เช่น กระดาษ ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระปํองโลหะ เศษผ้า เศษไม้ ยาง ขยะพวกนี้เน่าเปื่อยได้ยากหรืออาจไม่เน่าเปื่อย
ทั้งยังสามารถเลือกเอาวัสดุที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ใหม่ได้อีก โดยทำการคัดแยกก่อนทิ้ง อันจะช่วยให้ปริมาณขยะลดลงและสามารถนำไปขายสร้างรายได้ได้อีกด้วย
3. ขยะอันตราย ได้แก่ สารเคมี หรือวัตถุดิบมีพิษต่าง ๆ ที่พ้นจากสภาพใช้งานแล้ว รวมทั้งขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล เช่น ถ่านไฟฉาย ภาชนะบรรจุน้ำยาทำความสะอาด
ต่าง ๆ หลอดฟลูออเรสเซนต์ กากสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม ยาและสารเคมีเสื่อมสภาพสำลีและเศษอวัยวะจากสถานพยาบาลขยะพวกนี้ต้องมีการทำลายด้วยวิธีพิเศษ
เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคและสารพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม และถูกเรียกว่าเป็นของเสียอันตราย
การจัดการสิ่งปฏิกูลจะช่วยให้โรงแรมมีการจัดการกับสภาพทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถต้นทุน และมีรายได้พิเศษได้ด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลนั้น เริ่มต้นด้วย
การประเมินปริมาณและชนิดของขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในหน่วยงานต่างๆ ในโรงแรมเพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาจัดการสิ่งปฏิกูลซึ่งมีวิธีการดังนี้
1. ลดปริมาณของสิ่งปฏิกูล โดยการเลี่ยงสินค้าที่มีการบรรจุหีบห่อที่เกิดความจำเป็นด้วยวัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใด้อีก
2. นำสิ่งของต่าง ๆ กลับมาใช้อีกด้วยวัตถุประสงค์เดิม หรือวัตถุประสงค์อื่นที่ต่างๆไปจากเดิมเท่าที่สามารถจะทำได้ เช่น ขวดที่สามารถบรรจุของใหม่ได้ ผ้าขนหนู
และถุงใส่ผ้าส่งซัก ผ้ากันเปื้อนที่ซักล้างทำความสะอาดได้ แบตเตอรี่ไฟที่สามารถอัดกระแสไฟฟ้าใหม่ได้ บันทึกข้อความที่ใช้ภายในโรงแรมด้วยกระดาษที่ใช้แล้ว
โดยเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
3. นำสิ่งที่ใช้แล้วไปแปรสภาพเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันนี้สิ่งของที่ใช้แล้ว และวัสดุสิ้นเปลืองจำนวนมากสามารถนำไปแปรสภาพเพื่อนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์อีก
ทางโรงแรมต้องแยกประเภทของของใช้แล้ว

สิ่งปฏิกูลที่ไม่เป็นอันตราย
ก่อนที่จะเริ่มลงมือปฏิบัติการตามโครงการการแยกสิ่งปฏิกูล ควรพิจารณาว่าวัสดุชนิดใดบ้างที่ผู้ดำเนินการจัดเก็บขยะเก็บไปได้
กระดาษแข็ง : ควรจะแยกและแบ่งคุณภาพกระดาษ เช่น แกะกล่องกระดาษแข็งให้กางออก แผ่นบาง ๆ และมัดให้เรียบร้อยเพื่อส่งกลับไปยังผู้ขายเพื่อนำไปใช้ใหม่
แก้ว : ให้แยกสี และประเภท ถ้ายังไม่มีกระบวนการหมุนเวียนแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ควรร่วมมือกับโรงแรมแรมอื่น ๆ และธุรกิจต่าง ๆ ในท้องถิ่นเพื่อริเริ่ม
โครงการดังกล่าวขึ้นมา
พลาสติก : ริเริ่มและหาสมาชิกเข้าร่วมโครงการที่มีการหมุนเวียนพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก หรือโครงการใช้พลาสติกชิ้นเดิมอีกครั้ง
โลหะ : แยกกระปํองอลูมิเนียม ทองแดง ทาองเหลือง ภาชนะหุงต้มเก่า ๆ เครื่องตกแต่งห้อง หรือเครื่องจักรเครื่องกลตาง ๆ ที่ทำด้วยโลหะหนัก ซึ่งวัสดุเหล่านี้ล้วนเป็นวัสดุ
ที่จะถูกขายให้แก่พ่อค้ารับซื้อของเก่าเพื่อนำไปหมุ่นเวียนให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งทั้งสิ้น
เศษขยะที่เป็นอินทรีย์วัตถุ : จัดหาพาชนะรองรับแยกต่างหากไว้เพื่อทิ้งขยะที่มาจากอินทรีวัตถุไม่ควรทิ้ง เศษอาหารทุกชนิดให้หมักอยู่ในถัง นอกจากนี้ยังไม่ควรจะทิ้งเศษแก้ว
เศษขยะจากสนามที่พ่นยากำจัดวัชพืชที่เป็นพิษ หรือยาฆ่าแมลงไว้ลงไปในถังขยะด้วย
การจัดการพลังงาน
การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติที่เรานำมรใช้ในทุก ๆ วันเท่านั้น หากยังช่วยประหยัดเงินด้วยโรงแรมสามารถลดค่าใช้จ่าย
และได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ้งจะเกี่ยวพันกับการลดความต้องการในการใช้สอย และลดค่าใช้จ่ายลงให้มากที่สุด
โดยการอนุรักษ์ทรัพยากรทั้งหมดนี้
ในการที่จะทำให้โครงการประหยัดพลังงานเป็นโครงการที่คุ้มค่าคุ้มเวลาจริงๆ ทุกแผนกที่สร้างค่าใช้จ่ายเป็นแผนกที่นำผลประโยชน์เข้ามาซึ่งประหยัดเงินได้
โดยเริ่มใช้กระบวนการต่างๆ ในการจัดการพลังงาน โครงการต่างๆ เหล่านี้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และอายุการใช้งานของเครื่องมือต่างๆ จะเพิ่มความพึงพอใจ
ให้กับแขกที่มาพัก และเพิ่มผลกำไรให้แก่โรงแรมด้วย
ปกติแล้วการแก้ปัญหาต่างๆ ด้านพลังงานให้ลุล่วงไปนั้น ย่อมต้องอาศัยการบริหารหรือการจัดการด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าอาศัยเทคโนโลยี ดังนั้น
โครงการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ก็จะต้องเกี่ยวพันกับการฝึกอบรม และการสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นก่อน ทั้งนี้เพราะปัญหาต่าง ๆ นานาที่เกี่ยวกับเรื่องพลังงาน
ล้วนแต่เป็นผลมาจากการขาดจิตสำนึก การดูแลรักษาที่ไม่เพียงพอ การออกแบบที่บกพร่อง การมีความรู้เพียงผิวเผินหรือไม่มีความรู้เลยเกี่ยวกับการใช้พลังงาน

โครงการการจัดการพลังงาน
เพื่อที่จะอนุรักษ์และเข้าใจการใช้พลังงานในโรงแรม พนักงานต้องเข้าใจว่าแต่ละแผนกใช้พลังงานกันเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร และมากน้อยเพียงไร เรื่องที่ต้องทำก่อนอื่นก็คือ
การสร้างโครงการที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับพลังงานจุดมุ่งหมายขั้นพื้นฐานคือ เพื่อลดค่าใช้จ่าย และลดการใช้พลังงานพร้อมๆไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ
และการเพิ่มความพึงพอใจแก่แขกที่มาพัก โดยการ
-ตรวจสอบเกี่ยวกับพลังงานอย่างถี่ถ้วนเป็นแผนก ๆ ไป เพื่อประเมินการปฏิบัติงานในขณะนั้น
-เปรียบเทียบตัวเลขการใช้พลังงานทั้งหมด และการใช้พลังงานในแต่ละหน่วยกับเกณฑ์มาตรฐานของโรงแรม หรือของวงการอุตสาหกรรมโรงแรมเพื่อจะได้สามารถกำหนด
จำนวนเงินที่จะสามารพประหยัดได้
-ย่อใจความสำคัญๆ เกี่ยวกับโอกาสต่าง ๆ ที่จะเอื้อให้กับโครงการการจัดการพลังงาน
-ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเพื่อขอคำแนะนำในการวิเคราะห์ประเมินผล และข้อเสนอแนะต่าง ๆ
-ใช้ผลที่ใด้จากการตรวจสอบพลังงานอย่างถี่ถ้วนมากำหนดจุดหมายที่เป็นจริงได้ของแต่ละแผนก
-ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทั้งหมดของโรงแรมทราบถึงข้อผูกพันและจุหมายในการประหยัดพลังงาน โดยอธิบายจุดมุ่งหมายให้ชัดเจน
-แต่งตั้งผู้ประสานงานด้านพลังงานและกำหนดความรับผิดชอบของแต่ละแผนก
-ทำให้เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในโครงการ
-กำหนดระบบการตรวจสอบและระบบที่จะใช้กำหนดเป้าหมาย
-สร้างแรงจูงใจอย่างต่อเนื่อง
-ทบทวนข้อตกลงต่าง ๆ ปฏิบัติอยู่เกี่ยวกับการจัดหาพลังงานมาใช้
-มีการตรวจสอบและทบทวนขั้นต้อนปฏิบัติ และผลลัพธ์ที่ได้อย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสอบพลังงานอย่างละเอียด มุ่งที่การใช้พลังงานในโรงแรมว่าใช่กันอย่างไร และยังให้ความสนใจตอคกด้วยว่าเครื่องมือที่ใช้พลังงานสูงนั้นใช้พลังงานอย่างไรบ้าง
การสำรวจอย่างไม่เป็นทางการสามารถระบุพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีความสูญเปล่าของพลังงานโดยรวม และพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีการบำรุงไม่ดีพอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการสามารถ
ตรวจสอบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้พลังงานทั้งหมดที่ติตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรม (แสงสว่างต่าง ๆ การก่อสร้างอาคารเครื่องปรับอากาศ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ฯลฯ ) ข้อมูลเหล่านี้
สามารถช่วยในการกำหนดโครงการพัฒนาเงินทุนของโรงแรมเพื่อที่จะให้ทราบว่าการใช้พลังงานของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลง เราจะต้องแปลงหน่วยที่ใช้วัดพลังงานทั้งหมดของเรา
ให้เป็นหน่วยมาตรฐาน เราสามารถคำนวณพลังงานพื้นฐานที่โรงแรมใช้อยู่ได้ พลังงานพื้นฐานในที่นี้หมายถึง พลังงานที่โรงแรมต้องใช้ไม่ว่าจะมีแขกเข้ามาพักหรือไม่ก็ตาม การคำนวณประมาณการดังกล่าวจะทำได้โดยการเขียนกราฟง่าย ๆ เพื่อแสดงการใช้พลังงานทุกประเภทในแต่ละเดือน จากนั้นจึงควบคุมการใช้พลังงานโดยเปรียบเทียบกับ
ปริมาณพลังงาน โดยเปรียบเทียบกับปริมาณพลังงานพื้นฐานที่เป็นที่ยอมรับกันอยู่ ทั้งนี้เพื่อควบคุมตัวแปรต่าง ๆ

การติดเครื่องวัดย่อย
การติดตั้งเครื่องวัดย่อยจะเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่เราสามารถจะวัดว่าแต่ละแผนกใช้พลังงานมีประสิทธิภาพเพียงไร โดยอาศัยเครื่องวัดย่อยเหล่านี้ เราสามารถจะบันทึกได้ไม่เฉพาะ
เพียงปริมาณพลังงานในแต่ละเดือน และแต่ละปีเท่าใดเป็นแผนก ๆ ไปการติดตั้งเครื่องวัดย่อยจะเสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก และเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นในการทำให้โครงการ
การจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ

การให้แสงสว่าง
โรงแรมสิ้นเปลืองพลังงานราวร้อยละ 15-20 ไปกับการให้แสงสว่างการวัดแสงสว่างนั้นใช้หน่วยเป็นวัตต์ วัตต์มิใช่หน่วยวัดความจำของแสงแต่เป็นหน่วยวัดพลังงาน เช่น
หลอดไฟฟ้าขนาด 40 วัตต์ทุก ๆ หลอด จะกันไฟ 40 วัตต์ แต่ปริมาณแสงสว่างที่หลอดเปล่งออกมาจะเปลี่ยนแปรไปอย่างมากทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของหลอดไฟและเป็นสำคัญ
ลูเมนเป็นหน่วยวัดความเข้มของแสงสว่าง หลอดไฟชนิดมีไส้หลอดขนาด 40 วัตต์ ให้แสงสว่างที่มีความเข้มประมาณ450 ลูเมน ซึ่งเป็นความเข้มเกือบ 5 เท่า จากกำลังไฟฟ้า
40 วัตต์ เท่า ๆ กัน

การให้ความร้อน การระบายอากาศ และการปรับอากาศ
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานที่ใช้ไปในการให้ความร้อน การระบายอากาศและการปรับอากาศ (HVAC) จะมีพิกัดอยู่ในระหว่างร้อยละ 25-50 ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด
ของโรงแรม แต่ในโรงแรมที่หรูหราในเขตอากาศร้อนซึ้งจำเป็นต้องมีการปรับอากาศอย่างมากก็จะมีตัวเลขที่สูงกว่านี้ ศักยภาพในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในกรณีทั่วๆ ไป
จะสูง และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งแบบของอาคาร เทคโนโลยีที่แขกผู้มาพักต้องการ และแหล่งพลังงานที่ทางโรงแรมหามาได้
การประหยัดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ๆ นั้นจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดการที่ดี จัดอุปทานให้สอดคล้องกับอุปสงค์ เครื่องมือเครื่องใช้และระบบส่วนใหญ่ต้องได้รับ
การออกแบบให้ตอบสนองสภาพที่ใช้งานตได้อย่างสูงสุดแต่สภาพดังกล่าวมักไม้เกิดขึ้นบ่อยนัก ดังนั้นจึงเป็นภารกิจของโรงแรมที่จะปรับความต้องการในการใช้ระบบการ
ให้ความร้อน ระบบการปรับอากาศและระบบการระยายอากาศให้สอดคล้องกับฤดูกาล ปริมาณแขกที่เข้ามาพัก และอาคารแต่ละหลังในโรงแรม

การจัดการน้ำและรักษาคุณภาพน้ำ
น้ำเป็นแหล่งหนึ่งของแหล่งกำเนิดชีวิตทุกชีวิตบนโลก น้ำดูราวกับเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดสิ้น ทุกวันนี้เรามีน้ำประปาใช้อย่างสะดวกสบายจนบางครั้งเราเองก็ลืมไปว่า
ในหลายพื้นที่ของโลก เช่น แถบลาตินอเมริกาหมู่เกาะในทะเลคาริบเบี้ยน ซึงอยู่ท่ามกลางน้ำเค็มต้องใช้วิธีการกลั่นน้ำ ค่อย ๆ สะสมน้ำฝนกักเก็บเอาไว้ใช้ในครัวเรือน
ในบางประเทศเมื่อพูดถึง "น้ำ"อาจหมายถึงความอยู่รอดหรือไม่เลยทีเดียว น้ำมีความสำคัญต่อการผลิตอาหารต่อสุขภาพ และต่อความอยู่รอด แต่ถึงกะนั้นน้ำก็นับเป็นทรัพยากร
ที่เสียหายใด้ง่ายที่สุดในโลก ปัจจุบันถึงแม้จะมีน้ำจืดในปริมาณเพียงพอสำหรับทุกคน แต่ก็อาจจะไม่พอในอนาคต หากว่าเราใช้น้ำอย่างไม่ระมัดระวังและขาดความรับผิดชอบ

น้ำเสียคืออะไร
น้ำเสียคือ น้ำที่มีสิ่งเจือปนต่าง ๆ มากมาย จนกระทั่งกลายเป็นน้ำที่ไม่เป็นที่ตองการและน่ารังเกียจของคนทั่วไป น้ำเสียก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ แก่แหล่งน้ำนั้น ๆ เช่น ทำให้น้ำเน่าเหม็น
หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
น้ำเสีย แบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะตามสภาพของน้ำเสีย ดังนี้
1. ลักษณะทางกายภาพ คือสภาพหรือสภาวะของน้ำที่มองเห็นได้หรือสัมผัสได้ เช่น มีขยะและสิ่งปฏิกูล ความขุ่น สี กลิ่น รส และอุณหภูมิที่ผิดปกติ
2. ลักษณะทางเคมี คือมีสารประกอบ ทั้งอนินทรีย์และอินทรีย์ต่าง ๆละลายเจือปนอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำมีความเป็นกรด-เป็นด่างเกินปกติ หรือมีโลหะทั้งที่เป็นพิษและไม่เป็นพิษรวมทั้ง
มีสารอินทรีย์เกินกว่าปกติ
3. ลักษณะทางชีวภาพ คือการปนเปื้อนของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เช่น แบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตชัว และหนอน อันทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่มีน้ำเป็นสื่อหรือเป็นพาหนะในคนและสัตว์
4. ลักษณะทางสารกัมนันตภาพรังสี คือ มีการปนเปื้อนของสารมนันตภาพรังสี ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางผิวหนัง การหายใจ ฯลฯ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ของผู้ได้รับรังสี

แหล่งกำเนิดน้ำเสีย
น้ำเสีย เกิดได้จาก 3 แหล่งใหญ่ ๆ คือ
1. น้ำเสียจากชุมชน ได้แก่น้ำเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมประจำวันของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน รวมทั้งกิจกรรมที่เป็นอาชีพด้วย ตัวอย่างน้ำเสียจากชุมชนได้แก่
น้ำเสียที่เกิดจากการชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายของประชาชนในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด น้ำเสียชุมชนเป็นน้ำเสียสาธารณะ
2. น้ำเสียจากอุตสาหกรรม ได้แก่น้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆของโรงงาน โรงแรม ซึ่งมักจะเป็นน้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิตต่าง ๆ
3. น้ำเสียจากเกษตรกรรม ได้แก่ น้ำเสียที่มาจากการทำเกษตรกรรมซึ่งอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท คือประเภทเกษตรกรรมชนิดที่อยู่กับที่ เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ และประเภท
ไม่มีแหล่งกำเนิดแน่นอน เช่น จากการเพาะปลูกในหลาย ๆ พื้นที่ซึ่งมีการใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร

เทคโนโลยีน้ำ
โรงแรมเป็นกิจการที่มีการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมาก และน้ำที่ใช้ออกมาจะเป็นน้ำเสียไม่ต่ำกว่า 90%ของน้ำที่ใช้ ซึ่งกลายเป็นภาระปัญหาให้แก่โรงแรมเองในการบำบัด
ให้ได้ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ การพิจารณาลดค่าการใช้น้ำให้น้อยลงเท่าที่จำเป็น การอนุรักษ์น้ำเป็นวิธีการประหยัดเงินและปรับปรุงสภาวะแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ
วิธีหนึ่งและเป็นการกระทำที่ดำเนินไปได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือนร้อนเสียหายในด้านคุณภาพของการให้บริการของโรงแรม ดังนั้นเรื่องของคุณภาพและภาระผูกพัน
จึงเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของโครงการนี้ภายในโรงแรม
การประหยัดน้ำไม่ควรทำให้คุณภาพของการบริการในโรงแรมลดลงอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เกี่ยวกับน้ำซึ่งโรงแรมให้บริการในโรงแรมลดลงอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เกี่ยวกับน้ำ
ซึ่งโรงแรมให้บริการกับแขกที่มาพักจะต้องมีความดันน้ำที่แรงพอดังนั้นการเลือสรรเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่าง ยิ่งในการลงทุน เพื่อจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้น้ำในประเทศไทยเรามีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความเจริญในด้านเทคนิคการผลิตมากมายหลายชนิดให้ใช้กัน
เทคโนโลยีพื้นฐานและสิ่งทีต้องปฏิบัติในการประหยัดน้ำ
-การติดตั้งสุขภัณฑ์หรือเครื่องมือที่ประหยัดน้ำ เช่น ก๊อกน้ำที่มีฟองอากาศ ส้วมแบบประหยัดน้ำ เครื่องซักผ้อแบบฝาหน้า
-จัดทำแผนการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องสุขภัณฑ์ และท่อน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการรั่วไหลของน้ำ
-รณรงค์ให้ผู้มาพักร่วมกันประหยัดน้ำ ด้วยการปิดก๊อกให้สนิททุกครั้งหลังใช้ผ้าขนหนูมากกว่า 1 ครั้ง
-วางแผนการจัดสวน ทีไม่ต้องใช้น้ำหนักมากนัก
-นำน้ำทีผ่านการบำบัดแล้วมาใช้ในการรดน้ำต้ำนไม้หรือล้างนอกอาคาร ทั้งนี้น้ำที่จะนำกลับมาใช้ใหม่ต้องผ่านการตวจสอบก่อนว่าปลอดภัยต่อกิจกรรมที่จะนำไปใช้ต่อ
-ติดตั้งมาตรวัดน้ำโดยแยกกิจกรรมหลัก ๆ เช่น งานครัว ห้องพัก แขก (ไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งมาตรทุกห้อง แต่อาจแบ่งเป็นโซน หรือรวมกัน) เพื่อประโยชน์ในการติดตามผล
และการจัดการ การลดมลภาวะของเสีย โรงแรมควรมีหลักการปฏิบัติเชิงป้องกันลดมลภาวะของเสียด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านธุรกิจและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด หรือการดำเนินการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมควรดำเนินการควบคู่ไปพร้อม ๆ กับการแสวงหาผลกำไรทางด้านธุรกิจด้วยนั่นเอง การจัดซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องคำนึงสภาพแวดล้อมโดยจัดหาผลิตภัณฑ์และการบริการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่วัสดุที่นำมาผลิตและขั้นตอนการผลิตจนถึงวิธีการใช้งาน ตลอดจนวิธีกำจัดให้หมดสิ้นไป

ประโยชน์ในการลดของเสีย
1. ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เนื่องจากใช้วัตถุดิบและพลังงานน้อยลง
2. ประหยัดค่าใช้จ่ายเครื่องมือบำบัดมลพิษต่าง ๆ
3. ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง จัดเก็บและกำจัดของเสีย
4. เสริมภาพพจน์ที่ดีต่อสังคมในการลดปัญหาของเสียชุมชน
5. เพิ่มรายได้จาการแยกของเสียที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
6. ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสีย
7. ลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการจัดของเสีย เช่น งานเอกสาร งานประชาสัมพันธ์
8. สถานที่ปฏิบัติงานมีความสะอาดขึ้นทำให้พนักงานมีสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ดี ส่งผลให้เกิดความตั้งใจในการทำงาน

ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดมลภาวะ ได้แก่
1. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาแล้ว และที่ถูกนำมาเสนอขายอย่างละเอียด และประเมินผลกระทบที่มีต่อสภาพแวดล้อม
2. ตรวจสอบการบริการที่ได้รับอยู่แล้ว และที่มีผู้เสนอให้อย่างละเอียดและประเมินผลกระทบที่มีต่อสภาพแวดล้อม
3. กำหนดการจัดหาผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เอื้อต่อสภาพแวดล้อมไว้เป็นผลิตภัณฑ์ทดแทน
4. นำเอาผลไม้ที่ได้จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ การจัดหาผลิตภัณฑ์ การบริการ และข้อจำกัดอื่น ๆ เช่น เรื่องราคาค่าใช้จ่ายมาเป็นเกณฑ์ เพื่อร่างบัญชีรายการของเรื่องที่จะลงมือดำเนินการโดยจักความสำคัญก่อนหลัง
5. ถ้ามีทางเลือกทางอื่นอีกได้ ให้เจรจาต่อรองกับผู้จัดจำหน่าย และผู้รับเหมา
การใช้แบบสอบถามจากผู้จัดจำหน่ายจะช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้าในขณะที่โรงแรมต้องคำนึงถึงเรื่องราคาของสินค้า การบริการ ความเชื่อถือได้ของสินค้า โรงแรมต้องตรวจดูด้วยว่าผู้จัดจำหน่ายมีความเข้าใจ และมีแนวทางอย่างไรในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โรงแรมแต่ละแห่งควรจะมีบัญชีรายการของผลิตภัณฑ์ที่ทางโรงแรมจัดซื้อ และประเมินผลกระทบของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่มีต่อสภาพแวดล้อม ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ หรือใช้ผู้จัดจำหน่ายรายอื่นหรือไม่

การลดมลภาวะทางเสียง
เสียงรบกวนได้แก่ เสียงอะไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกว่าก่อให้เกิดความรำคาญเป็นเสียงที่ทำให้เกิดอันตราย รวมไปถึงการทำลายสุขภาพด้วย ได้แก่
? ทำให้เกิดอันตรายต่อประสาทการรับฟังเสียง
? ทำให้เกิดความเครียดทางจิต/ความรู้สึกหดหู่
? รบกวนการติดต่อสื่อสาร
? เบี่ยงเบนสมาธิไปทางอื่น
? ยับยั้งความคิดริเริ่มหรือกิจกรรมต่าง ๆ
? ทำให้ผู้คนเกิดความเมื่อยล้า
? สร้างหรือเพิ่มความเครียด
? รบกวนการนอนหลับ
? ทำให้อารมณ์เสีย
? ทำให้ผู้คนเกิดความก้าวร้าว

ตามปกติในสภาวะที่มีความเวียบสงบ มนุษย์จะรู้สึกสบาย และสามารถพักผ่อนร่างกายและจิตใจให้กลับแข็งแรงสดชื่น และมีสมาธิ และเนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของโรงแรมทุกแห่ง คือการจัดหาสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้แก่แขกของโรงแรม จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่โรงแรมต้องจัดให้มีบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสำหรับให้แขกได้พักผ่อน โครงการลดเสียงรบกวนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับโรงแรม
ขั้นตอนแรกโรงแรมต้องจะให้มีการตรวจสิบเสียงรบกวน โดยระบุแหล่งที่อาจจะเป็นต้นกำเนิดของเสียงรบกวนทั้งหมดในโรงแรมทั้งภายในอาคาร และบริเวณนอกอาคาร หลังจากนั้นจึงจัดเตรียมสรุปปัญหาที่ได้ข้อมูลมา

การควบคุมดูแลแหล่งที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงรบกวนด้านเครื่องมือและระบบต่าง ๆ อันได้แก่
? การปรับอากาศ การระบายอากาศและควันเสีย
? เครื่องแช่แข็ง หม้อต้มน้ำ เครื่องสูบน้ำ
? เครื่องคอมเพรสเซอร์
? ลิฟท์
? การซักรีด
? โรงครัว
? การก่อสร้างและการบูรณะซ่อมแซม

ด้านความบันเทิงต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งเกิดเสียง ได้แก่
? บริเวณที่เปิดโลง (สระน้ำ ระเบียงกลางแจ้ง ภัตตาคาร)
? ดิสโก้เธค
? ไนต์คลับ
? ผู้ให้ความบันเทิงด้านดนตรี
? บริเวณที่จัดงานต่าง ๆ

ด้านการจัดการงานต่าง ๆ
? การสัญจรของผู้คนและรถเข็นของบต่าง ๆ
? งานก่อสร้างอันได้แก่ การตอก การเจาะ การเลื่อย
? งานสวนต่าง ๆ เช่น เครื่องตัดหญ้า เลื่อยที่ใช้ตัดต้นไม้
? งานครัว เช่น การล้างจานชาม การทำความสะอาด การปรุงอาหาร
? งานซักรีด เช่น การซัก การเดินเครื่องจักรต่าง ๆ
? งานบ้าน เช่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องขัดต่าง ๆ
? การสื่อสารทั่วไป เช่น เครื่องโทรศัพท์
? อุบัติเหตุต่าง ๆ
? ดนตรีที่เปิดผ่านระบบกระจายเสียงภายในโรงแรม
? สัญญาณเตือนอัคคีภัยที่ส่งสัญญาณผิดพลาด
ห้องพักของโรงแรมและบริเวณส่วนกลางของโรงแรม
? การติดต่อสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ โทรทัศน์ การสนทนา วิทยุ
? เก้าอี้เลื่อน เครื่องเฟอร์นิเจอร์ ทางเดิน
? การปิดประตูห้อง ประตูตู้เก็บของ
? พัดลมของเครื่องปรับอากาศ
? วาล์วชักโครก
? การเติมน้ำลงอ่างอาบน้ำ และการปล่อยน้ำทิ้งจากอ่าง
? ฝักบัว
? เครื่องเป่าผม
? งานต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในบริเวณที่ติดกัน
? กิจกรรมของเจ้าหน้าที่และพนักงานที่เกิดขึ้นตามทางเดินในตัวอาคารห้องพัสดุ และในครัว

เนื่องจากการลดมลภาวะของเสียสามารถดำเนินการได้เกือบทุกส่วนขององค์กรดังนั้นการรวบรวมความคิดเห็นของทุกคนในองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การลดของเสีย
ประสบความสำเร็จได้ และเพื่อความเป็นไปได้ในการลดมลภาวะของเสียจากกิจกรรมในโรงแรม ควรมีลำดับขั้นตอนในการทำงานดังนี้
1. จัดตั้งทีมงาน โดยผู้บริหารและพนักงานของโรงแรมจะต้อง
- มีความเห็นร่วมกันในการเรื่องความคิดและการริเริ่มโครงการลดมลภาวะของเสีย
- ตระหนักกว่าการลดของเสียจะช่วยลดค่าใข้จ่าย หรือเพิ่มกำไรโดยรวมขององค์กรเป็นผลดีต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานและชุมชน
- เห็นด้วยกับขั้นตอนการดำเนินการในการลดมลภาวะของเสีย
- มีความตั้งใจแน่วแน่ในการเนินการในการลดมลภาวะของเสีย
- มีความตั้งใจแน่วแน่ในการดำเนินการเพื่อลดของเสีย
2. สำรวจเบื้องต้น แผนการดำเนินกิจกรรมที่ดีจะต้องให้ความสำคัญทั้งในส่วนแผนการดำเนินงานที่จะเริ่มใหม่และแผนที่มีอยู่เดิม แผนการดำเนินกิจการโดยทั่วไปจะประกอบด้วยงานด้านการตลาด การผลิต การจัดซื้อ การวิจัย การออกแบบ การเงินและการเก็บข้อมูลการดำเนินงาน
ในขั้นตอนนี้ จะเน้นการตรวจสอบแผนงานของโรงแรมที่มีอยู่ แผนที่จะดำเนินการใจอนาคต และขั้นตอนในการดำเนินกิจการ โดยให้ความสำคัญกับการลดของเสียหลัก เช่น การจัดซื้อสามารถตรวจสอบการลดของเสียสำหรับวัตถุดิบ หรือจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ให้จัดลำดับความสำคัญในการจัดซื้อ คือเลือกซื้อสิ่งใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดของเสียปริมาณน้อยที่สุด
3. ศึกษารวบรวมข้อมูล จะทำอย่างละเอียดทั้งชนิดและปริมาณของสารเข้าและออกทุกตัวในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ สารที่ต้องพิจารณาประกอบด้วยวัสถุดิบ สารเคมี น้ำ และพลังงาน ส่วนสารที่ออกได้แก่ ผลิตภัณฑ์
ผลพลอยได้ (By Product) และของเสียในรูปต่างๆ เพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาวิธีการลดมลภาวะของเสียในขั้นต่อไป
4. การกำหนดทางเลือก และนำไปปฏิบัติ เมื่อทราบข้อมูลอย่างละเอียดของทุกขั้นตอนในกระบวนการแล้ว จะต้องพิจารณาหาวิธีการต่างๆ เพื่อป้องกันหรือลดการเกิดมลภาวะของเสีย
ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะต้องพยายามหาวิธีการให้ได้มากที่สุดก่อนด้วยวิธีการระดมสมองของทีมงาน จากนั้นจึงคัดเลือกเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมอีกครั้ง โดยพิจารณา 3 ประเด็น คือ ความเหมาะสมในเชิงเทคนิคเศรษฐศาสตร์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อได้วิธีการหรือทางเลือกแล้วจึงนำไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การนำทางเลือกไปสู่การปฏิบัติประสบความสำเร็จคือการฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติตามทางเลือกที่กำหนดไว้อย่างถูกวิธี
5. การประเมินผล จะต้องมีการประเมินผลเพื่อวัดความสำเร็จของงานวิธีการประเมินผลการดำเนินงานทางสิ่งแวดล้อมนิยมวัดด้วยการใช้ทรัพยากร พลังงาน และการเกิดของเสีย
คุณภาพอากาศและการระบายอากาศภายในอาคาร
คุณภาพของอากาศภายในอาคาร หมายถึง สภาพอากาศที่แวดล้อมอยู่ภายในตัวอาคารที่มีผู้คนอยู่ภายใน ซึ่งจะเป็นแขกที่มาพัก พนักงานและลูกจ้างของโรงแรมหรือบุคคลอื่นๆ ไป คุณภาพของอากาศภายในโรงแรมจะต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมของอากาศ และความเข้มข้นของสิ่งหรือสารที่จะก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ เพื่อที่จะทำให้อากาศในอาคารมีคุณภาพที่เหมาะสมกับสุขภาพ และให้เกิดความสอชื่อ โรงแรมจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่างๆ เพื่อลดจำนวนหรือกำจัดสิ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ
ให้สิ้นไป

วิธีการปรับปรุงคุณภาพของอากาศภายในอาคารพื้นฐานมี 3 วิธี
1. กำจัดหรือลดแหล่งที่จะก่อให้เกิดมลภาวะ อาจจะทำได้โดยการปรับเวลาการใช้อาคารที่มีสิ่งก่อให้เกิดมลภาวะอยู่ภายใน
2. กรองอากาศหรือทำให้อากาศบริสุทธิ์
3. ระบายอากาศ หรือทำให้สิ่งหรือสารที่ก่อมลภาวะเจือจางลง

แหล่งที่มีศักยภาพที่จะทำให้เกิดมลพิษในอากาศภายในอาคาร
1. การเผาไหม้ สิ่งที่ปล่อยทิ้งออกมาจากการเผาไหม้ รวมถึงแก๊ส อนุภาคแขวนลอยต่างๆ จากหม้อต้มน้ำ เตาหุงอาหาร เครื่องยนต์ในพาหนะต่างๆในโรงรถ และแหล่งต่างๆ ที่มีการเผาไหม้
2. ไอของสารเคมี ซึ่งมาจากสารละลายที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดต่างๆ จากสารฆ่าแมลง จากสีทาอาหาร และจากน้ำยาชัดเงาต่างๆ
3. วัสดุต่างๆ ในอาคาร วัสดุเหล่าน้ำอาจหมายรวมถึงสารที่พิษ เช่น ฟอร์มมาลดีไฮในแผ่นโฟมที่ใช้ทำวัสดุกันความร้อน สีที่ใช้ทาผืนผ้าหรือไม้อัดวัสดุใยแก้วหรือเส้นใยที่ได้จากสินแร่ วัตถุที่ทำด้วยพลาสติก
4. ใยหิน ซึ่งเป็นวัสดุเฉพาะอย่างหนึ่งที่ใช้ในการผลิตฉนวนกันความร้อนในอาคารรุ่นเก่า โรงแรมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อฉนวนที่ทำด้วยใยหินเกิดเสื่อมคุณภาพ และควรถอดถอนไปเมื่อสามารถกระทำได้
5. ควันบุหรี่ ผู้คนจะได้รับกระทบอย่างมหันต์จากควันบุหรี่ที่ตนเองมิได้เป็นผู้สูบ นอกจากนั้น เครื่องประดับตกแต่งต่างๆ หรืออุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในโรงแรมก็จะเสื่อมคุณภาพเนื่องจาก
ควันบุหรี่ด้วย
6. เชื้อโรคต่างๆ ในอากาศ จุลินทรีย์ต่างๆ เช่น เลจิโอเนลลา จะมีความเกี่ยวกันโดยตรงกับปริมาณความชื้นในระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8
182/88 หมู่ 1 ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง นครนายก 26000 โทรศัพท์ 0 3731 2282 , 0 3731 2284
โทรสาร 0 3731 2286

Tourism Authority of Thailand, Central Office Region 8

182/88 Suwannasorn Rd. Thachang Muang, Nakhonnayok 26000, Thailand
Telephone : +66 0 3731 2282, +66 0 3731 2284 FAX: +66 0 3731 2286

Comment & Suggestions more Information please contact : tatnayok@tat.or.th